วันศุกร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๗
วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

โรคกลุ่มอาการไข้หวัด และ ปอดบวมในเด็ก

สาเหตุ

  • จากเชื้อไวรัส
  • จากเชื้อแบคทีเรีย


การติดต่อ

  • จากการหายใจเอาละออง น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยที่ฟ้งกระจายอยู่ทั่วไป เข้าไป
  • สัมผัส กับเชื้อโรคโดยตรง เช่น การสัมผัส กับละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยที่ติดอยู่ตามที่ ต่าง ๆ แล้ว เชื้อโรคมีโอกาสผ่านเข้าทางเดินหายใจ
เด็กที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคกลุ่มอาการนี้ ได้แก่เด็กที่
  • น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม
  • ภาวะโภชนาการไม่ดี
  • ไม่ได้กินนมแม่
  • ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบตามกำหนด
  • อยู่ในสภาพที่แออัด และการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ไม่ดี
  • พ่อแม่สูบบุหรี่
  • มีควันไฟในบ้าน

อาการของโรค

แบ่งตามกลุ่มอาการได้ 3 กล่ม

   1. กลุ่มอาการไม่รุนแรง ได้แก่ ไข้หวัด มีอาการดังนี้
          * อาการไข้ มักเป็นไข้ต่ำ ๆ
          * ปวดศีรษะ
          * ไอเล็กน้อย
          * น้ำมูกไหล หรือคัดจมูก
          * อ่อนเพลีย
          * เบื่ออาหาร
          * อาจเจ็บคอหรือคอแดงเล็กน้อย
      (อาการเหล่านี้จะหายได้เองใน 3-4 วัน หรือไม่เกิน 1 สัปดาห์)
   2. กลุ่มอาการรุ่นแรงปานกลาง ได้แก่
          * ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเกิน 3 วัน
          * มีไข้ ไอมาก อาการไม่ดีขึ้น เกิน 7 วัน
          * เจ็บหู มีหนองไหลจากรูหู
          * ไอเสียงก้อง หรือหายใจลำบาก หายใจเร็วกว่า 40 ครั้ง/นาที (หรือ 50 ครั้ง / นาที ในเด็กทารก อายุต่ำกว่า 1 ปี)
      (ผู้ป่วยที่มีอาการในกลุ่มอาการรุนแรงปานกลางนี้ ต้องไปพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข )
   3. กลุ่มอาการรุนแรงมาก ได้แก่อาการดังนี้
          * ไข้สูงมาก
          * ไอมาก
          * เหนี่อยหอบ จมูกบาน หายใจมีเสียงดังวี๊ด ๆ
          * หายใจเข้าชายโครงบุ๋ม หรือบริเวณคอระหว่าง หัวของไหปลาร้าบุ๋ม
          * อาจมีอาการชัก -หอบจนริมฝีปาก เล็บมือ และเล็บเท้า เขียวคล้ำ (ผู้ป่วยที่มีอาการในกลุ่มอาการรุนแรงมาก จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาล)

การปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • อย่าอดอาหาร
  • นอนพักผ่อนมาก ๆ ในที่ ๆ ทีอากาศถ่ายเทดี
  • ในเด็ก ไม่ควรห่มผ้าหนา
  • เช็ดตัวบ่อย ๆ เมื่อมีไข้สูง
  • ให้กินยาลดไข้พวกพาราเซตามอลได้เป็นครั้งคราว เมื่อมีไข้
  • ไม่ต้องใช้ยาปฏิขีวนะ
  • ไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ผู้ป่วยควนปิดปากและจมูก เมื่อไอหรือจาม
  • หมั่นสังเกตอาการที่แสดงว่าจะมีอาการรุนแรง เช่น
  • ไข้สูงมากเกิน 3 วัน
  • มีไข้ ไอมาก เกิน 7 วัน
  • เจ็บหู
  • ชัก ฯลฯ

ถ้ามีอาการดังกล่าวควรพาผู้ป่วยไปพบแพทย์

การป้องกัน

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่อยู่ในที่ แออัด และพักผ่อนให้เพียงพอ
  2. ควรนำเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโรคหัด คอตีบ บาดทะยัก โปลิโอ วัณโรค ให้ครบตามกำหนดนัดของแพทย์
  3. รักษาร่างกายให้อบอ่นอยู่เสมอ โดยเฉาพะ เมื่อมอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น เย็นจัด ชื้นจัด ต้องให้เด็กได้รับความอบอุ่น พอควรถ้าเปียกฝนต้องเช็ดให้แห้ง
  4. ผู้ใหญ่ไม่ควรสูบบุหรี่เพราะควันบุหรี่เป็นอันตรายต่อเด็ก
  5. พอแม่ควรรู้อาการบ่งชี้ว่า เมื่อใดต้องพบแพทย์
  6. อย่าคลุกคลีกับคนที่เป็นหวัดหรือปอดบวม
* เป็นไข้หวัด มีไข้สูง (เกิน 3 วัน) หรือมีไข้ไอมาก (เกิน 7 วัน) ควรไปพบแพทย์



ข้อมูล กองส่งเสริม กระทรวงสาธารณสุข,"โรคกลุ่มอาการไข้หวัด และปอดบวมในเด็ก ".: มกราคม 2540

โรคกลุ่มอาการไข้หวัด และ ปอดบวมในเด็ก